หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุรชัย ไชยรังสินันท์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุรชัย ไชยรังสินันท์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ริจะเป็น "เม่าน้อย" ต้องฝึกวิทยายุทธ์



เล่นหุ้นก็เหมือนเล่นการพนัน
เป็นสิ่งที่คนที่ไม่รู้จักหุ้น หรือยังรู้จักหุ้นไม่ดีพอมักพูดกัน
"การพนัน" ต่างจาก "หุ้น" ตรงไหน
โดยพื้นฐานมันใกล้เคียงกันมาก
ใช้การคาดเดาเหมือนกัน 
ว่า "ไพ่ที่มี" กับ "หุ้นที่เลือก" จะเป็นยังไงในอนาคต

แต่ที่มันต่างกัน คือ การชนะพนันมันใช้โชคชะตา 

แต่การเอาชนะหุ้นซึ่งเป็นไปไม่ได้ 
เอาเป็นว่าแค่...อย่ายอมเป็นเหยื่อตลาด เพราะความไม่รู้ แค่นี้ก็เริ่ดแว้ววว
ซึ่งการจะทำได้ ต้องมีความรู้และข้อมูลข่าวสาร
เพราะฉะนั้นอย่าเข้าตลาดแบบ "ลงสนามพนัน"
อย่าเข้ามาเสี่ยงดวงโดยไม่มีความรู้

ตกลง... ถ้าริจะเป็น "เม่าน้อย" ต้องฝึกวิทยายุทธ์กันหน่อย
หนังสือเล่มแรกที่อยากแนะนำ 
"การวิเคราะห์ทางเทคนิค" ของคุณสุรชัย ไชยรังสินันท์ 
(E-book ดาวน์โหลดฟรี ใครยังไม่เคยอ่าน รีบหามาอ่านก่อนลงสนามตลาดหุ้นคะ)

เล่มนี้เกือบ 200 หน้า เห็นครั้งแรกอย่างเพลีย
ส่วนเราสารภาพอย่างไม่อาย 
อ่านรอบแรกไปไม่รอดคะ อย่าง...งง!!!!
หยุดอ่านรอบแรกที่บทที่ 3 เพราะเริ่มไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น 
ซึ่งไม่แปลกเลยคะ สำหรับคนที่มีภูมิแพ้ทางคณิตศาสตร์หรือตรรกศาสตร์อย่างเรา

เราบอกลาหนังสือเล่มนั้นไปเรียนรู้ลองผิดลองถูกด้วยการเข้าตลาดหุ้นเลย 
ไปลองมั่วได้สักพัก จนรู้ว่าตลาดและเกมการเงิน
ถ้าไม่รู้และมั่วแบบนี้ ไปไม่รอดแน่ !

กลับมาบังคับตัวเองให้อ่านเล่มเดิมต่อ 
เราไม่ได้เริ่มอ่านบทเดิม แต่ย้อนอ่านใหม่ตั้งแต่บทแรก
พยายามอย่างมากที่จะทำความเข้าใจ 
จนอ่านจบบทที่  4 แบบไม่งงมาก (ยังงงอยู่นะ ขอย้ำ)
เราเลยจดสิ่งที่ไม่เข้าใจ ตั้งคำถามและหลังไมค์ถามคนรอบข้าง 
รวมถึงบรรดาจอมยุทธ์ทั้งหลายในสินทร

โชคดีของเรามากๆ ที่มีการตอบรับด้วยความเมตตาจากพี่ๆ หลายท่าน 
เหนืออื่นใด มีการตีกราฟหุ้นจริง ราคาจริง ณ วันนั้นแถมมาให้ 
"ภาพเดียว" แทนคำอธิบายนับร้อยพัน ก่อเกิดความเข้าใจที่ชัดเจนมากขึ้น
เราเริ่มทำการบ้านด้วยข้อมูลที่มีอยู่ เปรียบกราฟตัวอย่างกับกราฟหุ้นที่เราถือ 
เริ่มจดสิ่งที่เห็น เริ่มสังเกตสิ่งที่ต่าง 

แต่เราก็อ่านต่อแบบพอเข้าใจไปได้อีกแค่บทเดียว
ก็ต้องหยุดอ่านอีก บอกแล้วแพ้ตัวเลข
รอบนี้เริ่มถอดใจมากๆ 
รู้สึกเหนื่อยกับการต้องอ่านอะไร (ที่ยาก) มากมายเหลือเกินแบบนี้
ต้องพบเจอกับสิ่งที่พอจับสังเกตได้ 
พอเริ่มเข้าใจ แต่ตัดสินใจไปแล้วกลับผิดทาง
ทุกอย่างมาตามทฤษฎีที่อ่านมา 
มันควรต้อง "เขียว" แต่ไหงพอร์ตกลับติดลบแดงซะงั้น

แบบว่ากว่าจะรู้จัก "Divergence" ก้อเจ๊งไปเรียบร้อยแว้วว
สรุปพอเข้าใจอะไร สิ่งนั้นต้องมีเงื่อนไข 
มีข้อยกเว้นตามมาในอนาคตให้ต้องตามไปอ่านอีกเพียบ
ทำไมโลกแห่งการลงทุนมันใบใหญ่จัง 
อ่อนล้า อ่อนเพลีย อ่อนแรง อ่อนใจ เลยหยุดอ่าน
บอกตัวเองไม่เอาอีกแล้ว เหนื่อยจัง

แต่เหรียญมีสองข้างเสมอ ในวันที่เราท้อไม่อยากสู้แระ
จอมยุทธ์ใจดีกลับเป็นฝ่ายมาเคาะบ้านเรีียก
ส่งเสียงถามไถ่ เลิกสงสัยแล้วรึไง เข้าใจดีแล้วเหยอ
พี่เห็นเงียบๆ ไป ไม่ส่งคำถามมากวนใจกันบ้างเลย
ซึ้งน้ำใจพี่นัก ตอบไปว่า สู้ม่ะไหวแล้วคะพี่ 
ยากจัง หนูว่าจะกลับไปกองทุนแล้วล่ะ

เท่านั้นเอง...สารพัดคำปลอบใจโถมมาให้ 
เฮ้ย!!! ใจเย็นจิ ไม่เข้าใจตรงไหนมาพี่สอน
ดอยไปเท่าไหร่ ทำไมถึงท้อ
คัทเยอะรึไง ทำไมม่ะสู้ต่อ
บลา บลา บลา บลา 
นู๋อ่ะสุดแสนจะซึ้่งน้ำใจเลยอ่ะคะพี่ขา

เห็นศิษย์น้องอาการหนัก
ศิษย์พี่อาสารักษาแผลใจ 
แบบว่า เห็นศิษย์น้องอกหักจากหุ้น ฮ่าฮ่าฮ่า
ไหนกางพอร์ตให้พี่ดูหน่อย เด๋วพี่จะช่วยแก้เกมให้
แต่บอกไว้ก่อนเลยนะ อนาคตข้างหน้า 
เวทีแห่งนี้...ไม่มีพี่เลี้ยงมาคอยเสี้ยมสอน 
(มีให้แค่วันนี้ คราวนี้ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา)

พี่เค้าโดดมาสุดตัว เพราะอยากพิสูจน์ให้เราเห็นว่า 
"การพยายาม" ทำความเข้าใจกราฟ
มีความจำเป็นแค่ไหนในสังเวียนการเงิน
เป็นการทุ่มทุนครั้งสำคัญของคนที่ไม่เคยเห็นหน้าตา 
ไม่เคยรู้จักกันในโลกแห่งชีวิตจริง
เป็นบทเรียนออนไลน์ที่ส่งผ่านมา
เพียงแค่จะบอกเราทางอ้อม ให้เราเห็นว่า 
ความพยายาม (ในการอ่าน) มันคุ้มค่า ไม่สูญเปล่าแน่ๆ
เพียงแต่ในระยะแรก 
เมล็ดที่หว่านลงไปกว่ามันจะงอกมันต้องใช้เวลานานหน่อย 
ต้องรู้จักที่จะ "อดทน" 
ความพยายาม ความทุ่มเท ไม่เคยให้ผลร้ายใคร

ตอนนั้นเราไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่
เพราะคิดว่าที่ผ่านมาเราก็พยายามเต็มที่แล้วจริงๆ 
(ปกติ ส่วนตัวเชื่อว่าเราเป็นคนตั้งใจทำไร เราทำจริงจัง ทุ่มเทสุดๆ มาตลอด)
แต่มันไปไม่รอด เพราะงั้นถึงจะพยายามอีกก็น่าจะเหมือนเดิม
แต่อย่างที่บอก "ดีเอ็นเอตัวเลขมันแค่...หลับใหล" 
พอมีคนมาปลุก มาเทรนให้ มันก็งัวเงียตื่นขึ้นมา (จน) ได้

วิธีที่พี่เขาสอน ไม่ได้สอนจาก a b c d 
แต่เขาตีกราฟหุ้นที่เราดอยอยู่ วงกลม ลากเส้น ตีกรอบ 
เพื่อส่งคำใบ้ อะไรบางอย่างให้ เราฝึก "เดา" 
(อ่านไม่ผิดหรอกจ้า ระยะนี้ยังต้อง "เดา" อยู่จริงๆ จ๊ะ)
ตอบถูกชมใหญ่ สร้างและอัพกำลังใจให้น้องสุดฤทธิ์
พอเดาผิด รีบตีกันก่อนหลงทาง 
เรียนวิธีนี้กันอยู่พักใหญ่จนครบทุกหุ้นที่มี
เริ่มสังเกตภาพรวม แดงน้อยลงจริงๆ ด้วย
ถัว (ภายใต้การกำกับของศิษย์พี่) อย่างถูกจังหวะ

จากนั้นพี่เลี้ยงก็ขอลาออกตามสัญญา
ก่อนไล่ให้ไปอ่่านหนังสือเล่มเดิมต่อ
แถมทิ้งท้ายผูกมัดไม่ให้ถอนตัว
"คิดเสียว่า เล่นหุ้นเป็นเพื่อนพี่ 
พี่คุยม่ะเก่ง ไม่คุยเรื่องนี้ม่ะรุจาคุยอาไร" 

"กำลังใจแฝงไมตรีจิต" 
บังคับกลายๆ ให้เรากลับมาอ่านตำราต่อจนจบ 
(แบบมึนๆ งงๆ แต่ก็จบนะเอ้อคราวนี้)
จบรอบแรก เข้าใจไม่ถึงครึ่งของทั้งหมด เก่งจริงๆ ยัยคนนี้ ^^" 
หลังจากนั้นก็เรียนถูกเรียนผิด 
พลิกตำราเป็นบทๆ เป็นคราๆ ไปตามสถานการณ์ 
เวลาสงสัยเรื่องไรก็กลับมาอ่านทวนเฉพาะเรื่อง เฉพาะจุดนั้นๆ 
ยังไม่ยอมอ่านทวนเป็นกิจลักษณะเสียที 

จนกระทั่งวันดีคืนดี ผีสิงอยากลองตีกราฟเองบ้าง (ทีผ่านมาดูกราฟอย่างเดียว)
ถึงได้รู้ตัวว่า ทฤษฎีไม่แม่น เข้าใจแบบจิ๊กซอว์
ชอบอ่านกระโดดๆ อยากรู้อะไรหามาอ่าน สนใจไรเป็นพักๆ
ไม่ยอมปูพื้นฐาน ขึ้นบันไดทีละขั้นอย่างที่ควรทำ

เลยได้ฤกษ์หยิบตำรามากางอีกรอบ อ่านแต่ต้นจนจบ
รอบนี้เราพบว่า การหยุดอ่านเกิดจาก 
"เบื่อ เหนื่อย ขี้เกียจ" ไม่ใช่ "ไม่เข้าใจ" เหมือนรอบแรก 
ถึงจะอ่านๆ หยุดๆ อยู่หลายรอบ 
แต่ก็จบจนได้และเก็ทมากขึ้น (มาอีกหน่อยนึง)

ผลลัพธ์อื่นจากการอ่านจบรอบสองที่ตามมา คือ
เราเริ่มอ่านกระทู้ที่เคยรู้สึกว่า คนพูดเค้าเทพๆ พูดไรกันไม่รุ
ไม่เห็นเข้าใจ เป็นพอจะเข้าใจกว่าสมัยเข้าวงการใหม่ๆ 
เริ่มเก็ทสารพัดวงกลมที่เหล่าจอมยุทธ์เค้าลากกันไว้
เมล็ดที่หว่านไว้ มันเริ่มออกดอกให้ผลแล้วม้างงง 

ใครท้อกะตำรา ลองดูอีกสักตั้ง 
เราคงไม่แพ้มันไปตลอดกาล
ถ้าเราพยายามให้มากพอ 
เอาใจช่วยเม่าทุกคน มาฝึกวิทยายุทธ์ไปด้วยกันคะ